ทางด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเมืองนูเรมเบิร์กของประเทศเยอรมันนี ที่ได้มีการผ่านการฝึกอบรมที่ห้องเรียนก่อนและพวกเขาก็นำรถซีดานรุ่นใหม่ของปอเช่ออกมาผ่าครึ่ง เพื่อที่จะดูโครงสร้างตัวรถกับตำแหน่งถังน้ำมันสายไฟกับชิ้นส่วนวิศวกรรมที่มีความสำคัญของตัวรถด้วย และได้มีการรายงานว่าพานาเมร่าคันนี้นั้นเป็นรถพรีโปรดักชั่นที่ผลิตเพื่อทดลอง และถูกใช้ทดสอบสมรรถนะทางด้านฝ่ายวิศวกรรมของปอเช่แล้วหมายความว่ารถคันนี้ถูกใช้งานอย่างเต็มรูปแบบจนถึงวินาทีสุดท้ายเหมือนกัน อเล็กซานเดอร์ เกรนซ์ เค้าเป็นผู้บริหารฝ่ายบริการทางเทคนิคของปอเช่ที่ได้กล่าวว่าบริษัทยานยนต์นั้นมีหน้าที่ให้ความรู้กับทีมกู้ภัยและช่วยเหลือในสถานการณ์ที่ฉุกเฉินทำให้พวกเขาช่วยเหลือผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยพวกเขาก็ต้องเรียนรู้ชิ้นส่วนที่สำคัญของระบบไฟแรงสูง ถังน้ำมัน แบตเตอรี่ และปอเช่พนาเมล่าเจนเนอเรชั่นที่สองไม่นานมานี้กับราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 113,027 ยูโร กับการเปิดตัวเวอร์ชั่นปลั๊กอินไฮบริดและสปอร์ตทัวริสต์เพิ่มเติมที่งานเจนีวามอเตอร์โชว์ช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ค่ะ

แล้วจะเป็นอย่างไรถ้ามีการพัฒนารถอเนกประสงค์รถเอสยูวีขึ้นมาจากพื้นฐานรถสมรรถนะสูงอย่างบูกัตติชิรอน ที่มาพร้อมกับความเป็น concept รถเอสยูวีที่เร็วที่สุดในโลกอีกด้วย และขณะที่ทางด้านลัมบอร์กินีด้านการพัฒนารถยนต์ในรูปแบบของเอสยูวีเช่นรุ่นอูรุสที่ได้มีการเปิดตัวพร้อมกับเสียงหัวหาดและกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมพร้อมกันนี้ได้ มีการให้ความสนใจและก็คาดว่าน่าจะจองล่วงหน้ากันอีกมากมายด้วยนะคะ งานนี้จึงทำให้ค่ายรถยนต์สมรรถนะสูงอย่างบูกัตติได้มีการสนใจที่จะพัฒนารถยนต์อเนกประสงค์และพัฒนาอยู่บนพื้นฐานของรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงอย่างบูกัตติชีรอน ซึ่งเป็นไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดจะเป็นการเปิดตัวมาไม่นานมานี้เองค่ะ ในการทำตลาดก็คาดว่า จะมีการจับกลุ่มลูกค้าในระดับเดียวกันของลัมโบร์กินีอูรุสซึ่งจะเน้นตลาดกลางมากยิ่งขึ้นกับราคาสามารถจับต้องได้ง่ายกว่ารุ่นชิรอนกับสมรรถนะสูงการพัฒนาเพื่อการขับขี่ที่สนุกสนานมาก ได้มีการพัฒนาและผลิตขึ้นเจ๋งกลับรถอะไรประสงค์ของค่ายบูกัตติได้รับฉายาเป็นรถอเนกประสงค์ที่เร็วที่สุดในโลกแทนลำบากอย่างแน่นอนค่ะ

สำหรับเฟี๊ยต ไครสเลอร์ ซึ่งได้มีการเปิดเผยเกี่ยวกับกระแสตอบรับหลังจากมีการเปิดตัวปิ๊กอัพสไตล์สปอร์ตที่มาพร้อมกับความแปลกใหม่ในการใช้งานที่ดูโดดเด่นกับรูปลักษณ์ฉีกแนวจากปิ๊กอัพทั่วไปของตลาด แล้วยังมีการเปิดกระบะท้ายที่มีความแตกต่างแปลกไปจากรุ่นอื่นด้วยการเปิดตัวด้านข้างซึ่งทำให้สะดวกในการขนย้ายสัมภาระมากยิ่ง ขึ้นถ้าหากเป็นสิ่งของที่มีขนาดไม่ใหญ่เท่าไหร่นักสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกาแล้วนั้นจะเป็นที่รู้จักกันดีว่ารุ่นที่ไม่ได้มีความนิยมเนื่องจากปัจจัยหลายประการไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไปของชาวอเมริกัน ที่จะเน้นการย้ายสัมภาระที่มีขนาดใหญ่การใช้การบรรทุกเพื่อการพาณิชย์การทำให้เกิดการเปิดท้ายรถแบบนี้ก็ยังไม่เหมาะสมด้วยนะคะ และที่อเมริกาก็ยังมีการใช้ปิ๊กอัพไซค์ยักษ์อย่างฟอร์ดเอฟ 150 แรพเตอร์ซื้อหัวหารนั้นก็ยังเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าทำให้มีแววว่าเสียโตโรจะใช้แบบยิ่งใหญ่รีบปรี่เข้าไปอย่างไรก็ตามทางบ้านเฟสใครเซอร์ก็ยังไม่มีแผนคำการตลาดอเมริกาปัจจุบันถึงแม้ว่าจะเป็นรถปิคอัพที่ครบเครื่องขนาดไหนก็ตามค่ะ

กับเทรนในการพัฒนาบทเรียนใหม่ที่มีการเน้นไปที่ไฮบริดฟิวเซลกับพลังงานไฟฟ้าซึ่งความต้องการของมอเตอร์ไซค์ฟ้าจะเพิ่มขึ้นมากในอนาคตอย่างแน่นอน กับฮอนด้าหรือว่ามีความเชี่ยวชาญเรื่องการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ได้หันไปให้ความสำคัญในการผลิตจะส่วนสำคัญของรถพลังงานไฟฟ้าอย่างมอเตอร์แทนค่ะ ทางด้านฮิตาชิออโตโมทิฟซิสเต็มส์ เป็นการพัฒนาผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งจะมีการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องในแง่ของประสิทธิภาพพระกำลังขนาดน้ำหนักที่ดูดียิ่งขึ้นสำหรับฮอนด้าได้มีการทำตลาดให้ไปตั้งแต่ปี 1999 กลับรถอินไซด์ที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง หมายความว่าการจับมือครั้งนี้ฮิตาชิได้ใช้ความเชี่ยวชาญในการผลิตมอเตอร์คุณภาพสูงที่สุดฮอนด้าจะมีการใช้ความเข้าใจและประยุกต์ใช้มอเตอร์รถยนต์คาดเดาอีกว่า บริษัทจะร่วมทุนระหว่างฮอนด้าและฮิตาชิกับสำนักงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดอิบารากิของประเทศญี่ปุ่น ที่จะมีการดำเนินธุรกิจในด้านผลิตและจำหน่ายประเทศสหรัฐอเมริกาและจีนด้วยค่ะซึ่งทั้งสองประเทศนั้นมีความต้องการที่จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสูงมากด้วย ซึ่งบริษัทร่วมทุนมีเงินทุนจดทะเบียนกว่า 5,000,000,000 เยนฮิตาชิได้ลงทุนไปกว่า 51% และฮอนด้า 49% คาดว่าข้อตกลงจะได้ข้อสรุปของเดือนมีนานี้ด้วยค่ะ

สำหรับรถพลังงานไฟฟ้าของ Volkswagen รุ่นแรกที่ได้มีการเปิดการทำตลาดในปี 2020 ไม่มีการพัฒนาบนพื้นฐานของรถต้นแบบไอดี concept ที่มีการเปิดตัวที่งานปารีสมอเตอร์โชว์ในช่วงปลายปีที่แล้วที่มาพร้อมกับรูปส่งตัวถังเป็นแบบแฮชแบ็คในขนาดของ Compaq ทางด้านพวกในการฝ่ายการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ Volkswagen ได้มีการกล่าวว่าในทุกโซลูชั่นที่เกี่ยวกับการขับเคลื่อนส่วนบุคคลของอนาคต จะขึ้นอยู่กับว่าการใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาลภายในและภายนอกซึ่งห้าจีเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ทั้งยังเป็นการยกระดับสถานะการณ์ ในการให้ข้อมูลของลูกค้าและยังเผยโฉมระบบการเดินทางในภาพรวมได้อีกด้วย ซึ่งเทนเนอร์ได้มีการยืนยันในแผนการพัฒนาดังกล่าวระหว่างการประชุมที่มีหลายบริษัทเทคโนโลยีได้มีการเข้าร่วมประชุมซึ่งจะเน้นหัวข้อการใช้งานระบบโมบาย 5 G ในการนำเสนอห้าจีนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการสื่อสารในการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ทางด้านประธานเจ้าที่บริหารของ Compaq ได้มีการกล่าวว่าภายในปี 2035 ซึ่งฮาจีจะมีการใช้งานทั่วโลกทุกอุตสาหกรรมจะมีการทำการค้ากรีกและศึกษาการเดินทางขนส่งซึ่งบันเทิงจะสามารถผลิตสินค้าและการบริการในราคาที่ 12,000,000 เหรียญสหรัฐกับเทคโนโลยี 5 จีค่ะ

สำหรับรถไฮเปอคาร์รุ่นนี้เรียกได้ว่าอยู่ในองค์กรของโปรเจควัน แต่ว่าก็ยังไม่มีชื่อในการทำการตลาดจำเป็นทำการคาดว่าจะเปิดตัวสู่สาธารณะชนที่งานแฟรงค์เฟิร์ตมอเตอร์โชว์ช่วงเดือนกันยายนนี้กับคำนิยามว่าเป็นรถฟอร์มูล่าวันสามารถใช้บทสนได้จริง เป็นรถสองที่นั่งที่ดูน่าตื่นตามากที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยค่ะ กับระบบขับเคลื่อนจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตรเทอร์โบชาร์จแบบเดียวกับฟอมูลาวันและขับเคลื่อนล้อหลังติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนร้อนหน้าและพละกำลังเกินหลัก 1000 แรงม้า ทั้งยังสามารถที่จะขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าไกลเกินกว่า 20 กิโลเมตรกันเลยค่ะ สำหรับตัวถังรุ่นนี้จะใช้เป็นคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อให้น้ำหนักตัวทั้งอยู่ที่ 1 ตัน สำหรับอัตราการเร่งจะหยุดนิ่ง 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 2.5 วินาทีและจะมีการผลิตเพียงแค่ 300 คันเท่านั้นราคาจะอยู่ที่ 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทางด้านเออห์บาน โมโตกรุ๊ป ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้นำเข้าของเอ็มวีอกุสต้ารายล่าสุดแต่ว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายของเบเนรี่ อีบีอาร์ รอยัลเอ็นฟิลด์ และมีอีกหลายแบนด์ที่ออสเตรเลีย ซึ่งเอ็มวีอกุสต้าและเออร์บายโมโต้ได้ร่วมกันพัฒนาตลาดในกลุ่มอเมริกาเหนือ ซึ่งพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ที่จำหน่ายในกลุ่มประเทศดังกล่าวกับประสบการณ์และความสำเร็จที่แข็งแกร่งของเออร์บานโมโต้กรุ๊ป และยังรวมไปถึงความยอดเยี่ยมในการดูแลลูกค้าและดีลเลอร์อีกและยังได้กล่าวอีกว่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ที่ได้ร่วมสร้างและความสำเร็จกับเออร์บานโมตะกรุ๊ปพัดเนอร์รายใหม่ที่จะมีการพัฒนาตลาดเอ็มวีอกุสต้าของกลุ่มอเมริกาเหนือ และมั่นใจว่าเออบานโมโตกรุ๊ปจะพัฒนาและพาเอ็มวีอัตราเข้าสู่ยุคใหม่ของกลุ่มอเมริกาเหนือได้

และหลังจากที่ได้มีการเดินสายการผลิตมานานกว่า 50 ปีฮอนด้าก็มาถึงจุดหมายของความสำเร็จอีกครั้งกับยอดผลิตทั่วโลกที่แต่อยู่ระดับ 100 ล้านคัน สรุปสายการผลิตคันฮอนด้าเริ่มในปี 1963 ผลิตที 360 เป็นรถบรรทุกขนาดเล็กและรถสปอร์ตเอส 500 หลังจากนั้นฮอนด้าได้มีการทุ่มเทกับเทคโนโลยีความเชี่ยวชาญในการผลิตเพิ่มผลิตเอส 600 รถโรสสเตอร์ ในงานผลิตรถยนต์เป็นครั้งแรกค่ะ ทางด้านประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฮอนด้าได้กล่าวว่าต้องขอบคุณการสนับสนุนของลูกค้าทั่วโลกที่ทำให้ฮอนด้าสามารถผลิตรถครบ 100 ล้านคัน กับความทุ่มเทของผู้ก่อตั้งบริษัทที่ต้องการช่วยผู้ดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างสะดวกสบายได้รับความสนุกสนานในการขับขี่ถูกถ่ายทอดอย่างต่อเนื่องสู่สายการผลิตของฮอนด้า จะเดินหน้าผลิตรถอีก 100 ล้านคันทางยกระดับความโดดเด่นของฮอนด้าอย่างต่อเนื่องด้วย สำหรับหนึ่งในโรงงานที่มีความสำคัญของฮอนด้าปัจจุบันคือโรงงานสวินดอนที่สหราชอาณาจักรจำนวนการผลิตซีวิคแบบส่งออกทั่วโลกซึ่งฮอนด้าได้ทั้งหมดกว่า 246 ล้านเหรียญ ซึ่งสามารถในการอัพเกรดสายการผลิตเทคโนโลยีภายในโรงงานดังกล่าวขับ

สำหรับจากัวร์เอสเจ 220 เป็นซุปเปอร์คาร์ของตำนานจากจากกลัวถือว่าเป็นรถที่หายากมากๆเนื่องจากเหลือสภาพที่จำนวนไม่มากแล้วกับการผลิตที่มีขึ้นเพียง 271 คันในช่วงปี 1994 เป็นยุคที่มีรถโด่งดังมากกับรูปลักษณ์ตัวทั้งที่รู้แหวกแนวรวมถึงสมรรถนะที่หนูยอดเยี่ยมของบรรดาเศรษฐีคนมีตังค์ที่แย่งกันซื้อทำให้หมดรวดเร็ว สำหรับสมรรถนะเครื่องยนต์วีหกขนาด 3.5 ลิตร ที่มาพร้อมกับใบเทอร์โบของดั้งเดิมจากโรงงานในยุค 1992 ถึง 1994 สูงสุดถึงระดับ 540 แรงม้า ซึ่งนับว่าไม่ธรรมดาในยุคนั้นและระบบขับเคลื่อนที่ดูคล่องตัวเป็นแบบ 2 ที่นั่ง ซึ่งเอ็กซ์เจ 220 นั้นกลายเป็นรถซุปเปอร์คาร์ที่สวยงามกับสมรรถนะที่เป็นต้นต้นในยุคกันเลยปัจจุบันมีคนให้ความสนใจ และเป็นเจ้าของอยู่มากมายโดยที่ต้องการเก็บสะสมไว้เพื่อที่จะต้องการขับ และในปัจจุบันนี้จากกลัวเอสเจ 220 สามารถหาได้บน eBay ซึ่งหาได้ค่อนข้างยากมากเพราะว่ามีรถที่มีสภาพดีหลุดออกมาได้ฮัลโหลส่วนใหญ่บรรดาเหล่าเศรษฐีได้ตัดหน้าไปก่อนหน้านี้แล้ว

สำหรับหน่วยงานเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐอเมริกาได้มีการระบุว่า รถพลังงานไฟฟ้าและไฮบริดจะต้องมีเสียงเตือนความเร็วต่ำกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อจะตื่นคนบนท้องถนน และก็คาดว่าเสียงดังกล่าวจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่ทำให้คนบนท้องถนนบาดเจ็บกว่า 2400 คนต่อปี และกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบที่จะใช้รถพลังงานไฟฟ้าจะต้องมีเสียงเตือนอย่างต่ำ 47 ถึง 50 ขึ้นให้เป็น 50 ถึง 53 เดซิเบล เมื่อเคลื่อนที่ถอยหลัง และเมื่อขับด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเสียงจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 59 ถึง 62 เดสิเบลกับความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะเป็น 63 ถึง 67 เดซิเบล […]